การแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ
การแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ (Liver metastases) หรือมะเร็งตับทุติยภูมิ (Secondary Live Cancer)
ตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย วางตัวอยู่ทางด้านล่างของปอดซีกขวา แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือตับกลีบขวาและตับกลีบซ้าย โดยประกอบขึ้นจากเซลล์ที่เรียกว่า hepatocytes
บทบาทหน้าที่หลักของตับ คือการดูดซึมสารอาหารจากกระแสเลือด เพื่อนำไปสร้างเป็นน้ำดี (Bile) เพื่อช่วยในการย่อยไขมัน และตับยังทำหน้าที่สะสมสารอาหารที่ดูดซึมมาจากลำไส้เล็ก ช่วยกำจัดของเสียที่เป็นพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ตับยังมีหน้าที่ผลิตโปรตีนบางชนิดที่มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือดอีกด้วย
ข้อแตกต่างจากอวัยวะอื่นๆของตับคือ ตับได้รับเลือดจากสองแหล่ง กล่าวคือ แหล่งที่หนึ่งจากหลอดเลือดแดงของตับ (Hepatic artery) ซึ่งหล่อเลี้ยงตับด้วยเลือดที่อุดมด้วยออกซิเจน และแหล่งที่สองคือหลอดเลือดดำพอร์ทัล (Portal vein) ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดูดซึมมาจากลำไส้แล้วนำไปยังตับ นอกจากนี้ตับยังมีความสามารถในการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ แม้เซลล์ตับส่วนใหญ่จะถูกตัดหรือทำลายไปแล้ว
1. การแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ (Liver metastases)
หมายถึง เนื้อร้าย (มะเร็ง)ที่เกิดจากการแพร่กระจาย (metastasizes) จากส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายมายังตับ ซึ่งเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวออกมาจากมะเร็งต้นกำเนิด จะผ่านมาทางกระแสเลือดไปยังตับซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกรองเลือด ทำให้เซลล์มะเร็งเหล่านี้ตกค้างติดอยู่ที่ตับ ก่อเกิดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า มะเร็งระยะแพร่กระจายมายังตับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดของมะเร็ง โดยที่การแพร่กระจายมายังตับนี้ อาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือค่อยพัฒนาอย่างช้าๆ ในระยะเวลาหลายปี หลังจากการรักษามะเร็งต้นกำเนิดแล้วก็ได้
พบว่าการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ ส่วนใหญ่เกิดจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยร้อยละ 60-70 ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มักจะพัฒนาต่อและกระจายไปยังตับในที่สุด
มะเร็งชนิดอื่นๆที่สามารถแพร่กระจายไปยังตับได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งไต และมะเร็งผิวหนัง (Melanoma) เป็นต้น
ข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป พบว่าการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับนั้น สามารถพบได้บ่อยกว่ามะเร็งตับชนิดปฐมภูมิ (Hepatocellular carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ตับเองเสียอีก
2.อาการแสดง (Symptoms)
ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีภาวะการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ อาจไม่มีอาการใดเลย หรืออาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด และหากเกิดอาการขึ้นอาจรวมถึง อาการดังต่อไปนี้
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- เบื่ออาหาร
- น้ำหนักตัวลดลง
- มีไข้
- ความเมื่อยล้า
- ตัวบวม
- คันตามร่างกาย
- อาการบวมแขนขา
- ปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบาย
- ดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง)
3. การวินิจฉัยและการแบ่งระยะของโรค (Diagnosis & Staging)
มีการใช้ทั้งการทดสอบเลือด ภาพรังสีวินิจฉัย ตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา หรือที่กล่าวมาแล้วควบคู่กันในการวินิจฉัยภาวะการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตับ ทั้งนี้เพื่อการแบ่งระยะของโรคเป็นหลัก
การวินิจฉัยโดยปกติจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบเลือดอย่างง่ายเพื่อระบุถึงการมีอยู่ของมะเร็ง เรียกว่า สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor markers) (สารที่พบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในเลือดของผู้ที่มีโรคมะเร็งบางชนิด) เช่น CEA, หรือเพื่อระบุความผิดปกติของเอ็นไซม์ตับ ส่วนภาพถ่ายทางรังสีและการทดสอบอื่นๆ อาจใช้เพื่อยืนยันการวินิจฉัยถ้าระดับของสารบ่งมะเร็งมีความสูงผิดปกติ
4. ภาพทางรังสี (Imaging)
มีประโยชน์ในการให้รายละเอียดเกี่ยวกับก้อนมะเร็งเช่น ขนาดที่แน่ชัด และอาจช่วยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาได้ เทคโนโลยีของภาพทางรังสี ยังช่วยให้ข้อมูลและรายละเอียดที่สำคัญแก่ศัลยแพทย์และแพทย์รังสีร่วมรักษา (Interventionist) ในระหว่างการรักษาได้ ตัวอย่างของภาพทางรังสี เช่น
-
เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scans) แสดงให้เห็นขอบเขตของการของมะเร็ง การแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆได้
-
ภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แสดงรายละเอียดของอวัยวะและเนื้อเยื่อรอบข้างได้ดีกว่าเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ แสดงให้เห็นขอบเขตของการเจริญเติบโตของเนื้องอกในตับ, อวัยวะรอบข้าง และหลอดเลือด รวมทั้งช่วยตรวจสอบว่าเนื้องอกนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่
-
อัลตราซาวด์ (Ultrasound) แสดงรายละเอียดด้านตำแหน่งและจำนวนของเนื้องอกที่พบในร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแยกความแตกต่างของมะเร็งจากเนื้องอกธรรมดา (Benign tumor) ได้
-
เพทสแกน (PET) บางครั้งใช้ร่วมกับภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เรียกว่า เพทซีที สแกน (PET/ CT scan) เพื่อค้นหาเซลล์มะเร็ง และระบุตำแหน่งที่แน่นอนของการแพร่กระจายมายังตับ ก่อนทำการตรวจ จะมีการฉีดสารเภสัชรังสีที่จับตัวอยู่กับโมเลกุลของน้ำตาลเข้าสู่หลอดเลือดดำ ทั้งนี้เซลล์มะเร็งซึ่งสามารถดูดซึมน้ำตาลได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเซลล์ปกตินั้น จะเรืองแสงขึ้นในเพทสแกน
5. การรักษา (Treatment)
ประกอบด้วยการรักษาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมะเร็งปฐมภูมิ จำนวน ขนาดของมะเร็ง และสุขภาพโดยทั่วไปของผู้ป่วย
- การผ่าตัด (Surgery)
- การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery)
- การใช้ภาพทางรังสีร่วมการรักษา (Image-Guided Therapies)
- เคมีบำบัด (Chemotherapy)
- รังสีรักษา (Radiation Therapy)
