ถาม-ตอบ

สอบถามข้อมูลทั่วไป

มีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ความเสี่ยงดังกล่าวขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค โดยทั่วไป ปริมาณรังสีที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคจะต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณรังสีที่ใช้ในการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม การใช้รังสีในปริมาณที่ต่ำจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการวินิจฉัย เช่น ทำให้ไม่สามารถอ่านผลได้อย่างถูกต้องหรือแม่นยำ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษาได้เช่นกัน การใช้รังสีอย่างเหมาะสมและมีประสบการณ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ การวินิจฉัยโรคบางประเภท เช่น การตรวจระบบช่องท้องโดยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) อาจต้องใช้ปริมาณรังสีที่สูงกว่าปกติ จากข้อมูลทางสถิติทางการแพทย์ ความเสี่ยงที่รังสีอาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 2,000 คน หรือคิดเป็น 0.05% ในขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น เช่น โรคประจำตัว หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ มีความเสี่ยงสูงถึง 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25%
การฉายรังสีเป็นวิธีการรักษาที่ใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในบริเวณเฉพาะ การรักษาด้วยรังสีจะมีผลเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับการฉายรังสี และจะไม่ทำให้เกิดการสะสมของรังสีในร่างกาย
การฉายรังสีหลายครั้งมีความจำเป็นเนื่องจากเซลล์มะเร็งมีลักษณะการแบ่งตัวที่ผิดปกติและสูญเสียความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองเมื่อได้รับรังสี การฉายรังสีในปริมาณเล็กน้อยแต่บ่อยครั้งจะช่วยให้ก้อนมะเร็งค่อย ๆ ถูกทำลายโดยไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ขณะเดียวกัน เส้นเลือดสามารถนำออกซิเจนเข้าสู่ก้อนมะเร็งเพื่อเสริมประสิทธิภาพของรังสีได้มากขึ้น ส่วนเซลล์ปกติในร่างกายที่ได้รับรังสีในปริมาณน้อยสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ทำให้มีผลกระทบต่อร่างกายเพียงเล็กน้อย จำนวนครั้งในการฉายรังสีขึ้นอยู่กับประเภทของเซลล์มะเร็ง บางชนิดอาจต้องการการฉายรังสีเพียง 15-20 ครั้ง ในขณะที่บางชนิดอาจต้องการการฉายรังสีถึง 35-40 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่มีสภาพร่างกายไม่เหมาะสมที่จะรับการรักษาในระยะยาว เช่น ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตหรือผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งต้องการการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจได้รับรังสีเพียง 1-15 ครั้ง โดยจะได้รับปริมาณรังสีสูงขึ้นในแต่ละครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
ในกรณีส่วนใหญ่ ไม่ควร การฉายรังสีจะสร้างโมเลกุลที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทในการทำลายเซลล์มะเร็ง และกระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้ออกซิเจน เนื่องจากวิตามินและอาหารเสริมหลายชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่สามารถลดปริมาณออกซิเจนในเนื้อเยื่อและอวัยวะ อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของการฉายรังสีลดลงได้