การฉายรังสี: กระบวนการและเทคนิคในการรักษาโรคมะเร็ง
การฉายรังสี (Radiation Therapy) คือการส่งปริมาณรังสีในระดับสูงไปยังก้อนมะเร็งโดยตรง เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งผ่านกระบวนการปฏิกิริยาสองรูปแบบ ได้แก่:
- ปฏิกิริยาโดยตรง: รังสีจะเข้าทำปฏิกิริยากับ DNA ของเซลล์มะเร็งโดยตรง ส่งผลให้ DNA เกิดความผิดปกติ ไม่สามารถแบ่งตัวได้ต่อไป และนำไปสู่การตายของเซลล์
- ปฏิกิริยาทางอ้อม: รังสีจะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลน้ำภายในเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ซึ่งทำให้เซลล์เกิดความไม่เสถียรและตายในที่สุด
รูปแบบของการรักษาด้วยรังสี
ปัจจุบันการรักษาด้วยรังสีแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ดังนี้:
-
การฉายรังสีจากภายนอก (External Beam Radiation)
การฉายรังสีชนิดนี้ใช้เครื่องเร่งอนุภาค (Linear Accelerator: LINAC) ในการส่งรังสีเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ผู้ป่วยจะนอนอยู่บนเตียงฉายรังสี โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือรู้สึกถึงความร้อนขณะฉายรังสี- เทคนิคการฉายรังสีในปัจจุบันมีความหลากหลาย เช่น
- การฉายรังสี 3 มิติ (3D-Conformal Radiation Therapy: 3D-CRT)
- การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม (Intensity-Modulated Radiation Therapy: IMRT)
- การฉายรังสีแบบปรับความเข้มเชิงปริมาตร (Volumetric Modulated Arc Therapy: VMAT)
- การฉายรังสีศัลยกรรม (Stereotactic Radiosurgery: SRS)
- การฉายรังสีร่วมพิกัด (Stereotactic Radiotherapy: SRT)
- การฉายรังสีร่วมพิกัดบริเวณลำตัว (Stereotactic Body Radiation Therapy: SBRT)
- การฉายรังสี 4 มิติ (4D Radiation Therapy)
- การเลือกใช้เทคนิคขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นโรคและระยะของโรค โดยทั่วไปการฉายรังสีจากภายนอกมักต้องทำอย่างต่อเนื่อง 10-35 ครั้ง หรือวันละ 1 ครั้ง 5 วันต่อสัปดาห์
- เทคนิคการฉายรังสีในปัจจุบันมีความหลากหลาย เช่น
-
การใส่แร่ (Brachytherapy)
การใส่แร่เป็นการนำอุปกรณ์ที่บรรจุแร่กัมมันตรังสี เช่น แร่เออริเดียม เข้าไปในร่างกายผู้ป่วยตรงบริเวณก้อนมะเร็งตามแผนการรักษา เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดจะนำแร่ออกจากร่างกาย โดยไม่ทิ้งรังสีหรือสารกัมมันตรังสีตกค้าง ปัจจุบันวิธีนี้นิยมใช้ในโรคมะเร็งนรีเวช และมักใช้ร่วมกับการฉายรังสีจากภายนอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
การเลือกใช้รูปแบบการรักษาและเทคนิคต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
